เรตินอลเป็นตัวช่วยยอดนิยมในการดูแลผิวและลดรอยสิว แต่ถ้าเป็น “หลุมสิว” หลายคนอาจสงสัยว่าเรตินอลจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์จากการใช้เรตินอลมักต่างกันไปในแต่ละคน บทความนี้จะขอพาไปทำความเข้าใจว่า เรตินอลเหมาะกับหลุมสิวประเภทไหนบ้าง และในกรณีใดที่ควรพิจารณาแนวทางการรักษาแบบอื่น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากกว่า

เรตินอลคืออะไร และช่วยรักษาหลุมสิวได้อย่างไร ?
เรตินอล (Retinol) เป็นสารในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ (Topical Retinoids) ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในการดูแลผิวหน้า โดยเฉพาะในเรื่องของการผลัดเซลล์ผิว ลดการอุดตันของรูขุมขน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้สามารถช่วยลดเลือนรอยสิว รวมถึงดูแล หลุมสิวตื้น ๆ ได้ในระดับหนึ่ง
รูปแบบของเรตินอล
เรตินอล (Retinol)
- เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ ใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เช่น ครีม เซรั่ม เจล โลชั่น
- มีความเข้มข้นตั้งแต่ 0.0015% ถึง 0.3%
- ใช้เพื่อช่วยลดริ้วรอย รอยดำ สิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ดูแลหลุมสิวชนิดตื้นได้
- เป็นรูปแบบที่อ่อนโยนที่สุด เหมาะสำหรับกับผู้เริ่มต้น สามารถหาซื้อได้ทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์
- ตัวอย่างแบรนด์ที่ได้รับความนิยม เช่น COSRX The Retinol 0.1 Cream, La Roche-Posay Retinol B3 Serum หรือ Olay Regenerist Retinol 24 Max Night Serum เป็นต้น
Tretinoin (เรตินเอ, Retin-A)
- กรดเรติโนอิก (Retinoic acid) ซึ่งเป็นรูปแบบของยาเรตินอยด์ที่ออกฤทธิ์แรง
- ใช้รักษาสิว ฝ้า ลดริ้วรอย และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูหลุมสิวได้ แต่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
- มีผลข้างเคียงมากกว่าเรตินอล เช่น อาจทำให้เกิดการระคายเคือง ผิวแห้ง ลอก แดง
- ตัวอย่างชื่อการค้า เช่น Retin-A, Renova และ Retacnyl เป็นต้น
Isotretinoin (ไอโซเทรติโนอิน)
- เป็นเรตินอยด์ชนิดรับประทาน ใช้รักษาสิวรุนแรงและโรคบางชนิด
- ต้องได้รับใบสั่งแพทย์และควบคุมการใช้อย่างเข้มงวด
- ตัวอย่างชื่อการค้า เช่น Accutane, Roaccutane, Absorica และ Claravis
ประโยชน์ของเรตินอลต่อปัญหาหลุมสิว
เรตินอล (Retinol) เป็นสารในกลุ่มวิตามินเอที่มีบทบาทในการดูแลผิวหลากหลายด้าน โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียนจากหลุมสิว แม้ว่าเรตินอลจะไม่สามารถรักษาหลุมสิวลึกหรือหลุมที่มีพังผืดรั้งใต้ผิวได้โดยตรง แต่หากใช้เป็นประจำและต่อเนื่อง อาจช่วยให้ผิวโดยรวมดูเรียบเนียนขึ้นในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในกรณีของหลุมสิวตื้นหรือผิวที่ยังมีการฟื้นตัวหลังสิวอักเสบ
ประโยชน์หลักที่เกี่ยวข้องกับการดูแลหลุมสิว ได้แก่
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งช่วยเสริมความแน่นของชั้นผิว ทำให้ผิวดูเรียบขึ้น
- ลดความลึกของรอยหลุมตื้น ๆ เมื่อใช้อย่างสม่ำเสมอร่วมกับการดูแลผิวอย่างเหมาะสม
- ช่วยลดเลือนจุดด่างดำและรอยแดง ที่มักเกิดร่วมกับหลุมสิว
- ปรับผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้น ส่งผลให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนมากขึ้น
ข้อควรระวังในการใช้เรตินอล
- อาจทำให้ผิวลอก แดง แสบในช่วงเริ่มต้น โดยเฉพาะคนผิวบาง
- ควรเริ่มใช้จากความเข้มข้นต่ำ (เช่น 0.025%) และเพิ่มความถี่อย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ในกรณีที่ใช้ในรูปแบบของ “ยา” ที่เป็นประเภทTretinoin (เรตินเอ, Retin-A) ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ทุกครั้ง
- ห้ามใช้ร่วมกับ AHA, BHA หรือวิตามินซีความเข้มข้นสูงในช่วงเริ่มต้น
- หลีกเลี่ยงการใช้ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร
ผลข้างเคียงจากการใช้เรตินอล ที่อาจทำให้เกิดหลุมสิวและฝ้า
- เกิดการระคายเคืองและผิวแห้งลอก: เรตินอลจะไปเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว (exfoliation) ถ้าหากไม่ดูแลให้เหมาะสม ผิวหนังบางลงและอาจเกิดการอักเสบทำให้เป็นหลุมสิวได้ง่ายขึ้น
- เกิดการดันสิว (Purging): เพราะเรตินอลจะช่วยทำให้สิวที่อุดตันใต้ผิวถูกดันขึ้นมาในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก อาจทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้นชั่วคราว และในบางกรณีอาจรุนแรงขึ้นจนเกิดหลุมสิวถาวรหากมีการอักเสบมาก
- ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น: หากไม่ได้ป้องกันด้วยการทาครีมกันแดดอย่างเคร่งครัด อาจเกิดฝ้าและจุดด่างดำมากขึ้น เนื่องจากรังสียูวีทำลายเม็ดสีและเส้นเลือดใต้ผิว
ข้อแนะนำการใช้อย่างปลอดภัย
- ทาเฉพาะกลางคืน และต้องทาครีมกันแดดตอนกลางวันอย่างเคร่งครัด
- ควรใช้ร่วมกับมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อช่วยลดการระคายเคืองของผิว
- ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ในกรณีมีผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือเป็นสิวอักเสบรุนแรง

รู้จักประเภทของหลุมสิว เพื่อวางแผนการรักษาได้ตรงจุด
ก่อนเริ่มต้นควรทำความเข้าใจประเภทและลักษณะของหลุมสิว เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพราะหลุมสิวในแต่ละประเภทมีลักษณะและวิธีการรักษาที่แตกต่างกันไป ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หลุมสิวสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้
หลุมสิวแบบ Ice Pick Scar หรือหลุมจิก
หลุมสิวแบบ Ice Pick Scar หรือหลุมจิก เป็นหนึ่งในประเภทของหลุมสิวที่พบได้บ่อย โดยมีลักษณะเฉพาะคือ เป็นหลุมขนาดเล็กแต่ลึก ปากหลุมมีลักษณะแคบ เส้นผ่านศูนย์กลางมักไม่เกิน 2 มิลลิเมตร และมีลักษณะคล้ายรูเข็มที่เจาะลงไปในผิวอย่างชัดเจน หลุมมักลึกจนถึงชั้นหนังแท้ หรือในบางรายอาจลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยส่วนมากมักเกิดจากสิวอักเสบรุนแรง เช่น สิวหัวช้างหรือสิวซีสต์ที่ทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังชั้นลึก พบได้บ่อยในบริเวณแก้ม หน้าผาก จมูก หรือคาง
หลุมสิวแบบ Boxcar Scar หรือหลุมกล่อง
หลุมสิวแบบ Boxcar Scar หรือหลุมกล่อง หลุมสิวประเภทนี้มีลักษณะเป็นขอบหลุมชัดเจน รูปร่างคล้ายกล่องสี่เหลี่ยม ขอบหลุมจะตั้งฉากกับผิวหนังและมักมีความลึกระดับตื้นถึงปานกลาง เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนหลังจากการอักเสบของสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบหรือสิวหัวช้าง พบได้บ่อยในบริเวณแก้มและกราม
หลุมสิวแบบ Rolling Scar หรือหลุมคลื่น
หลุมสิวแบบ Rolling Scar หรือหลุมคลื่น ลักษณะหลุมเป็นแอ่งกว้าง ตื้น ขอบไม่ชัดเจน มักดูคล้ายคลื่นหรือผิวไม่เรียบบนใบหน้า หลุมสิวประเภทนี้มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรังของสิว ทำให้กลายเป็นพังผืดใต้ผิว จนดึงผิวให้ยุบตัวลง ส่งผลให้ผิวไม่เรียบและมีลักษณะเป็นหลุมตื้น ๆ โดยส่วนมากจะพบในบริเวณแก้ม
เมื่อไหร่ควรเลือกหัตถการแทนการใช้เรตินอล ?
หากคุณพบว่าการใช้เรตินอลไม่ได้ผล เพราะความลึกของหลุมสิวไม่มีการเปลี่ยนแปลง อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า เรตินอลไม่ตอบโจทย์ต่อลักษณะของหลุมสิว จึงควรเลือกใช้หัตถการทางการแพทย์ในการรักษาแทน โดยในปัจจุบันก็มีหลากหลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น
- การตัดพังผืดใต้หลุมสิว (Subcision): เหมาะสำหรับหลุมสิวแบบ Rolling Scar และ Boxcar Scar ที่มีพังผืดใต้ผิว ซึ่งทำให้ผิวไม่เรียบเนียนและยุบตัวได้ยาก
- Microneedling / Dermapen: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในหลุมสิวตื้น-ปานกลาง ช่วยเติมเต็มผิวและทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น
- TCA CROSS: เหมาะกับหลุมสิวแบบ Ice Pick Scar ที่หัตถการแบบอื่น ๆ ไม่สามารถเจาะลึกลงไปได้
- Fractional Laser / RF Microneedling: ใช้เทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวและเติมเต็มโครงสร้างผิว
หมายเหตุ: การเลือกหัตถการจะขึ้นอยู่กับประเภทของหลุมสิวและสภาพผิวของแต่ละคน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
รักษาหลุมสิวลึกเรื้อรังแบบองค์รวมที่ ดอกเตอร์แนทคลินิก

หลุมสิวที่ลึกและเป็นมานาน มักมีพังผืดหรือพังผืดเรื้อรังที่ยึดรั้งโครงสร้างผิวไว้ในระดับลึก ทำให้การรักษาแบบทั่วไป เช่น การใช้เลเซอร์เพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถเข้าถึงต้นตอของปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปรแกรม MASS Surgery ศัลยกรรมหลุมสิว กวาดตัดพังผืด 3 ชั้น คือแนวทางการรักษาที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับหลุมสิวทุกประเภท ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล สามารถกวาดตัดพังผืดใต้ผิวหลุมสิวที่ลึกกว่าหลุมสิวทั่วไปถึง 3 ชั้น พร้อมปลดปล่อยพังผืดที่ดึงรั้งผิวและทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น
โปรแกรม MASS Surgery ศัลยกรรมหลุมสิว กวาดตัดพังผืด 3 ชั้น
โปรแกรม MASS Surgery ที่ ดอกเตอร์แนทคลินิก ใช้เทคนิคการศัลยกรรมหลุมสิว กวาดตัดพังผืด 3 ชั้น ที่ลงลึกและละเอียดกว่าการ Subcision แบบเดิม ๆ พร้อมบอกลาหลุมสิว ด้วยการรักษาที่จัดการตรงจุดของปัญหา โดยมีความพิเศษ ดังนี้
- ขยายชั้นพังผืด 3 ชั้น โดยการเตรียมผิวคนไข้ให้พร้อมก่อนการตัดพังผืดด้วยโปรแกรม TF Expansion ขยายพังผืด 3 ชั้น เพื่อให้กระบวนการกวาดตัดพังผืดมีประสิทธิภาพ
- การตัดพังผืด 3 ชั้น: แตกต่างจากการ Subcision แบบทั่วไปที่มักตัดพังผืดเพียงชั้นตื้น โปรแกรม MASS Surgery พัฒนาวิธีการตัดพังผืดในระดับลึกถึง 3 ชั้น ในแนวราบ เพื่อให้ครอบคลุมโครงสร้างผิวที่ยึดรั้งก้นหลุมสิวอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับหลุมสิวประเภทลึกหรือมีพังผืดหนาแน่น
- กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ในทุกชั้นของผิว สร้างคอลลาเจนกั้นพังผืดใต้ชั้นผิว ในขั้นตอนนี้ แพทย์จะทำการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย Sanwich techique เข้าไปในบริเวณที่กวาดตัดพังผืด เพื่อสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ค้ำยันใต้ผิว และช่วยลดโอกาสที่พังผืดจะเกิดขึ้นซ้ำ และหลุมสิวจะฟูแน่น ผิวเฟิร์ม ระยะยาว
ข้อดีของโปรแกรม MASS Surgery
- เร่งสร้างเซลล์ผิวใหม่จากภายใน โดยทำการซ่อมแซมผิวหนังที่ผ่านการตัดพังผืด ด้วยการผลิตคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวเต่งตึงและยกตัวขึ้น
- ไม่ใช้พลังงานความร้อนที่ทำร้ายเซลล์ผิว จึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย และทุกสภาพผิว
- ไม่มีการตกสะเก็ด เพราะเป็นการรักษาใต้ผิวหนัง จึงไม่เกิดแผลภายนอก
- ไม่ต้องตัดไหม เนื่องจากเป็นการรักษาด้วยการใช้เครื่องมือขนาดเล็กในการตัดพังผืด จึงไม่ต้องเย็บแผล
- ไม่แสบร้อนผิว ไม่ตกสะเก็ด สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันทีหลังทำ อาจมีอาการบวมเล็กน้อยใน 3-5 วันแรกเท่านั้น
โปรแกรม MASS Surgery เหมาะกับใคร ?
โปรแกรม MASS Surgery เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว และกำลังมองหาการรักษาที่มอบผลลัพธ์ที่รวดเร็วและยั่งยืนโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน มีผลข้างเคียงน้อย ดังนี้
- ผู้ที่มีหลุมสิวลึก ไม่ตอบสนองต่อการใช้ครีมบำรุงหรือเรตินอล
- ผู้ที่มีหลุมสิวจากพังผืดใต้ผิว ที่มีการดึงรั้งผิว ทำให้ผิวยุบตัว เป็นหลุมสิวเรื้อรัง
- ผู้ที่ต้องการรักษาหลุมสิวถาวร ไม่ต้องการการรักษาระยะยาวที่พึ่งพายาหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
บอกลาหลุมสิวทุกประเภท ด้วยโปรแกรม MASS Surgery ที่ ดอกเตอร์แนทคลินิก
หลุมสิวลึกเรื้อรังไม่ตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือเรตินอล อาจต้องการแนวทางการรักษาที่ลึกถึงโครงสร้างของผิว ขอแนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาที่ ดอกเตอร์แนทคลินิกเพื่อวิเคราะห์ลักษณะหลุมสิว และวางแผนการรักษาด้วยโปรแกรม MASS Surgery ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวเรื้อรัง ที่เคยรักษามาแล้วหลายวิธีแต่ยังไม่เห็นผล
สอบถามเพิ่มเติม หรือปรึกษาหมอแนทที่ Line : @doctornat หรือ โทร. 097-9749944
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ข้อมูลอ้างอิง :
- What to Know About Ice Pick Scars. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 จาก https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/what-to-know-about-ice-pick-scars
- What to Know About Boxcar Scars. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 จาก https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/what-to-know-about-boxcar-scars
- What to Know About Rolling Scars. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 จาก https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/what-to-know-about-rolling-scars
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
เตรียมผิวก่อนตัดพังผืดสำคัญอย่างไร?
ทำไมตัดพังผืดแล้วหลุมสิวยังไม่ฟู? หมอแนทอธิบายการเตรียมผิวก่อน Subcision ด้วยเทคนิค TF Expansion เพื่อเพิ่มความแม่นยำและผลลัพธ์ในการรักษาหลุมสิว
เสียงตัดพังผืด สัญญาณแห่งการปลดล็อคหลุมสิว
ทำไมเสียงตัดพังผืด จึงเป็นสัญญาณแห่งการเปลี่ยนชีวิต ด้วย MASS Advanced เทคนิคตัดพังผืดหลายชั้น ฟื้นฟูผิว คืนความมั่นใจ
ความเชื่อผิดๆ เรื่องสิวอาจทำให้เกิดหลุมสิวถาวร
สิวอักเสบที่ปล่อยไว้โดยไม่รักษา เสี่ยงกลายเป็นหลุมสิวลึกถาวร เคสจริง “คุณอ่ำ” จบปัญหาหลุมสิว 10 ปี ด้วย MASS Advanced ที่ Doctor NAT Clinic




